ฟังก์ชัน Excel (ตามประเภท)

ฟังก์ชัน Excel (ตามประเภท)
 
            ฟังก์ชันเวิร์กชีตถูกจัดประเภทตามการใช้งาน คลิกที่ประเภทเพื่อเรียกดูฟังก์ชันของประเภทนั้นๆ หรือกด Ctrl+F เพื่อค้นหาฟังก์ชันด้วยการพิมพ์อักษรสองสามตัวแรกหรือคำที่ใช้อธิบาย เมื่อต้องการรับข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฟังก์ชัน

ฟังก์ชันที่ได้รับความนิยมสูงสุด 10 อันดับแรกของเรา

ต่อไปนี้คือ 10 ฟังก์ชันที่มีคนอ่านมากที่สุด

ฟังก์ชัน คำอธิบาย
ฟังก์ชัน SUM ใช้ฟังก์ชันนี้เพื่อบวกค่าในเซลล์
ฟังก์ชัน IF ใช้ฟังก์ชันนี้เพื่อส่งกลับค่าหนึ่งค่าถ้าเงื่อนไขเป็นจริง และอีกหนึ่งค่าถ้าเงื่อนไขเป็น เท็จ ต่อไปนี้เป็นวิดีโอเกี่ยวกับการใช้ฟังก์ชัน IF
ฟังก์ชัน LOOKUP ใช้ฟังก์ชันนี้เมื่อคุณต้องการดูแถวหรือคอลัมน์เดียว และค้นหาค่าจากตำแหน่งเดียวกันในแถวหรือคอลัมน์ที่สอง
ฟังก์ชัน VLOOKUP ใช้ฟังก์ชันนี้เมื่อคุณต้องการค้นหาสิ่งต่างๆ ในตารางหรือช่วงตามแถว ตัวอย่างเช่น ค้นหานามสกุลของพนักงานด้วยหมายเลขพนักงาน หรือค้นหาหมายเลขโทรศัพท์โดยการค้นหานามสกุลของเธอ (เหมือนกับสมุดโทรศัพท์) ดูวิดีโอเกี่ยวกับฟังก์ชัน VLOOKUP
ฟังก์ชัน MATCH ฟังก์ชันนี้จะค้นหารายการที่ระบุในช่วงของเซลล์ต่างๆ จากนั้นจะส่งกลับตำแหน่งสัมพันธ์ของรายการดังกล่าวในช่วงนั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าช่วง A1:A3 มีค่า 5, 7 และ 38 สูตร =MATCH(7,A1:A3,0) จะส่งกลับตัวเลข 2 เนื่องจาก 7 คือรายการที่สองในช่วงดังกล่าว
ฟังก์ชัน CHOOSE ใช้ฟังก์ชันนี้เพื่อเลือกค่าใดค่าหนึ่งจาก 254 ค่าตามหมายเลขดัชนี ตัวอย่างเช่น ถ้า value1 ถึง value7 เป็นวันในสัปดาห์ ฟังก์ชัน CHOOSE จะส่งกลับเป็นวันใดวันหนึ่งในสัปดาห์เมื่อใช้หมายเลขระหว่าง 1 ถึง 7 เป็น index_num
ฟังก์ชัน DATE ใช้ฟังก์ชันนี้เพื่อส่งกลับเลขลำดับต่อเนื่องที่แสดงถึงวันที่หนึ่งๆ ฟังก์ชันนี้จะมีประโยชน์มากที่สุดในกรณีที่สูตรหรือการอ้างอิงเซลล์มีข้อมูลเกี่ยวกับปี เดือนและวัน ตัวอย่างเช่น คุณอาจมีเวิร์กชีตที่มีวันที่ในรูปแบบที่ Excel ไม่รู้จัก เช่น YYYYMMDD

ใช้ฟังก์ชัน DATEDIF เพื่อคำนวณจำนวนวัน เดือน หรือปี ระหว่างวันที่สองวัน

ฟังก์ชัน DAYS ใช้ฟังก์ชันนี้เพื่อส่งกลับจำนวนวันระหว่างวันที่สองวัน
ฟังก์ชัน FIND, FINDB FIND และ FINDB จะค้นหาสตริงข้อความหนึ่งภายในสตริงข้อความที่สอง และจะส่งกลับตัวเลขที่เป็นตำแหน่งเริ่มต้นของสตริงข้อความแรกจากอักขระแรกของสตริงข้อความที่สอง
ฟังก์ชัน INDEX ใช้ฟังก์ชันนี้เพื่อส่งกลับค่าหรือการอ้างอิงไปยังค่าจากภายในตารางหรือช่วง

ฟังก์ชันความเข้ากันได้

            ใน Excel 2010 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า ฟังก์ชันเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยฟังก์ชันใหม่ที่มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้นและมีชื่อที่สื่อถึงการใช้งานได้ดีขึ้น คุณยังคงสามารถใช้ฟังก์ชันเหล่านั้นสำหรับความเข้ากันได้กับ Excel เวอร์ชันก่อนหน้า แต่ถ้าความเข้ากันกับเวอร์ชันก่อนหน้าไม่จำเป็น คุณควรเริ่มใช้ฟังก์ชันใหม่แทน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันใหม่ ให้ดูที่ ฟังก์ชันทางสถิติ (ข้อมูลอ้างอิง) และ ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์และตรีโกณมิติ (ข้อมูลอ้างอิง)

ถ้าคุณกำลังใช้ Excel 2007 คุณจะพบฟังก์ชันเหล่านี้ในประเภท ทางสถิติ หรือประเภท ทางคณิตศาสตร์และตรีโกณมิติบนแท็บ สูตร

ฟังก์ชัน คำอธิบาย
ฟังก์ชัน BETADIST ส่งกลับฟังก์ชันการแจกแจงแบบเบต้าสะสม (Beta Cumulative Distribution Function)
ฟังก์ชัน BETAINV ส่งกลับค่าผกผันของฟังก์ชันการแจกแจงสะสมสำหรับการแจกแจงแบบเบต้าที่ระบุ
ฟังก์ชัน BINOMDIST ส่งกลับความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบทวินามสำหรับแต่ละชุด
ฟังก์ชัน CHIDIST ส่งกลับค่าความน่าจะเป็นด้านเดียวของการแจกแจงแบบไค-สแควร์ (Chi-squared Distribution)
ฟังก์ชัน CHIINV ส่งกลับค่าผกผันของความน่าจะเป็นด้านเดียวของการแจกแจงแบบไค-สแควร์
ฟังก์ชัน CHITEST ส่งกลับค่าการทดสอบความเป็นอิสระ
ฟังก์ชัน CONCATENATE เชื่อมต่อสตริงข้อความตั้งแต่สองสตริงขึ้นไปเป็นสตริงเดียว
ฟังก์ชัน CONFIDENCE ส่งกลับค่าช่วงความเชื่อมั่นของค่าเฉลี่ยประชากร
ฟังก์ชัน COVAR ส่งกลับค่าความแปรปรวนร่วมซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของผลคูณของค่าเบี่ยงเบนแบบคู่
ฟังก์ชัน CRITBINOM ส่งกลับค่าที่น้อยที่สุดที่ทำให้การแจกแจงแบบทวินามสะสมมีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับค่าเกณฑ์
ฟังก์ชัน EXPONDIST ส่งกลับค่าการแจกแจงแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential Distribution)
ฟังก์ชัน FDIST ส่งกลับการแจกแจงความน่าจะเป็นแบบ F
ฟังก์ชัน FINV ส่งกลับค่าผกผันของการแจกแจงความน่าจะเป็นแบบ F
ฟังก์ชัน FLOOR ปัดตัวเลขลงให้ค่าเข้าใกล้ศูนย์
ฟังก์ชัน FORECAST คำนวณ หรือทำนายค่าในอนาคตโดยใช้ค่าที่มีอยู่
ฟังก์ชัน FTEST ส่งกลับค่าผลลัพธ์ของ F-test
ฟังก์ชัน GAMMADIST ส่งกลับค่าการแจกแจงแบบแกมมา (Gamma Distribution)
ฟังก์ชัน GAMMAINV ส่งกลับค่าผกผันของการแจกแจงแบบแกมมาสะสม (Gamma Cumulative Distribution)
ฟังก์ชัน HYPGEOMDIST ส่งกลับค่าการแจกแจงแบบไฮเพอร์ยีออเมตริก (Hypergeometric Distribution)
ฟังก์ชัน LOGINV ส่งกลับค่าผกผันของฟังก์ชันการแจกแจงสะสม lognormal
ฟังก์ชัน LOGNORMDIST ส่งกลับค่าการแจกแจงสะสมแบบ Lognormal
ฟังก์ชัน MODE ส่งกลับค่าสามัญที่สุดในชุดข้อมูล
ฟังก์ชัน NEGBINOMDIST ส่งกลับค่าการแจกแจงแบบทวินามที่เป็นลบ
ฟังก์ชัน NORMDIST ส่งกลับค่าการแจกแจงแบบปกติสะสม (Normal Cumulative Distribution)
ฟังก์ชัน NORMINV ส่งกลับค่าผกผันของการแจกแจงแบบปกติสะสม
ฟังก์ชัน NORMSDIST ส่งกลับค่าการแจกแจงแบบปกติมาตรฐานสะสม (Standard Normal Cumulative Distribution)
ฟังก์ชัน NORMSINV ส่งกลับค่าผกผันของการแจกแจงแบบปกติมาตรฐานสะสม
ฟังก์ชัน PERCENTILE ส่งกลับค่าที่เท่ากับเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ k ของค่าในช่วง
ฟังก์ชัน PERCENTRANK ส่งกลับลำดับเปอร์เซ็นต์ของค่าในชุดข้อมูล
ฟังก์ชัน POISSON ส่งกลับค่าการแจกแจงปัวซอง (Poisson Distribution)
ฟังก์ชัน QUARTILE ส่งกลับค่าควอร์ไทล์ของชุดข้อมูล
ฟังก์ชัน RANK ส่งกลับลำดับของตัวเลขในชุดรายการตัวเลข
ฟังก์ชัน STDEV ประเมินค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยยึดตามตัวอย่าง
ฟังก์ชัน STDEVP คำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานจากประชากรทั้งหมด
ฟังก์ชัน TDIST ส่งกลับค่าการแจกแจงค่า t
ฟังก์ชัน TINV ส่งกลับค่าผกผันของการแจกแจงค่า t
ฟังก์ชัน TTEST ส่งกลับค่าความน่าจะเป็นที่สัมพันธ์กับ t-test
ฟังก์ชัน VAR ประเมินค่าความแปรปรวนโดยยึดตามตัวอย่าง
ฟังก์ชัน VARP คำนวณหาค่าความแปรปรวนจากประชากรทั้งหมด
ฟังก์ชัน WEIBULL ส่งกลับค่าการแจกแจงแบบ Weibull
ฟังก์ชัน ZTEST ส่งกลับค่าความน่าจะเป็นด้านเดียวของ z-test

ฟังก์ชันคิวบ์

ฟังก์ชัน คำอธิบาย
ฟังก์ชัน CUBEKPIMEMBER ส่งกลับคุณสมบัติตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพหลัก (KPI) และแสดงชื่อ KPI ในเซลล์ KPI เป็นหน่วยวัดเชิงปริมาณ เช่น กำไรขั้นต้นรายเดือน หรือ อัตราการลาออกของพนักงานรายไตรมาส ที่ใช้ติดตามประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร
ฟังก์ชัน CUBEMEMBER ส่งกลับสมาชิกหรือทูเปิลจากคิวบ์ ใช้ตรวจสอบว่ามีสมาชิกหรือทูเปิลอยู่ภายในคิวบ์
ฟังก์ชัน CUBEMEMBERPROPERTY ส่งกลับค่าของคุณสมบัติสมาชิกจากคิวบ์ ใช้ตรวจสอบว่ามีชื่อสมาชิกอยู่ภายในคิวบ์และใช้ส่งกลับคุณสมบัติที่ระบุสำหรับสมาชิกตัวนี้
ฟังก์ชัน CUBERANKEDMEMBER ส่งกลับสมาชิกที่มีลำดับที่ n หรือถูกจัดอันดับในชุด ใช้เพื่อส่งกลับองค์ประกอบอย่างน้อยหนึ่งอย่างในชุด เช่น พนักงานขายที่มีผลงานสูงสุด หรือนักเรียนที่ติดอันดับ 10 คนแรก
ฟังก์ชัน CUBESET กำหนดชุดจากการคำนวณของสมาชิกหรือทูเปิลด้วยการส่งนิพจน์ชุดไปยังคิวบ์ของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจะสร้างชุด แล้วส่งกลับชุดนั้นมายัง Microsoft Office Excel
ฟังก์ชัน CUBESETCOUNT ส่งกลับจำนวนของรายการในชุด
ฟังก์ชัน CUBEVALUE ส่งกลับค่าการรวมจากคิวบ์

ฟังก์ชันฐานข้อมูล

ฟังก์ชัน คำอธิบาย
ฟังก์ชัน DAVERAGE ส่งกลับค่าเฉลี่ยของรายการฐานข้อมูลที่เลือก
ฟังก์ชัน DCOUNT นับจำนวนเซลล์ที่มีตัวเลขในฐานข้อมูล
ฟังก์ชัน DCOUNTA นับจำนวนเซลล์ที่ไม่ว่างในฐานข้อมูล
ฟังก์ชัน DGET แยกระเบียนเดี่ยวที่ตรงกับเกณฑ์ที่ระบุออกจากฐานข้อมูล
ฟังก์ชัน DMAX ส่งกลับค่ามากที่สุดจากรายการฐานข้อมูลที่เลือก
ฟังก์ชัน DMIN ส่งกลับค่าน้อยที่สุดจากรายการฐานข้อมูลที่เลือก
ฟังก์ชัน DPRODUCT คูณค่าในเขตข้อมูลของระเบียนที่เฉพาะเจาะจงที่ตรงกับเกณฑ์ในฐานข้อมูล
ฟังก์ชัน DSTDEV ประเมินค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยยึดตามตัวอย่างของรายการฐานข้อมูลที่เลือก
ฟังก์ชัน DSTDEVP คำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานจากประชากรทั้งหมดของรายการฐานข้อมูลที่เลือก
ฟังก์ชัน DSUM เพิ่มตัวเลขในคอลัมน์เขตข้อมูลของระเบียนในฐานข้อมูลที่ตรงกับเกณฑ์
ฟังก์ชัน DVAR ประเมินค่าความแปรปรวนโดยยึดตามตัวอย่างของรายการฐานข้อมูลที่เลือก
ฟังก์ชัน DVARP คำนวณค่าความแปรปรวนจากประชากรทั้งหมดของรายการฐานข้อมูลที่เลือก

ฟังก์ชันวันที่และเวลา

ฟังก์ชัน คำอธิบาย
ฟังก์ชัน DATE ส่งกลับเลขลำดับของวันที่ที่เฉพาะเจาะจง
ฟังก์ชัน DATEDIF คำนวณจำนวนวัน เดือน หรือปี ระหว่างวันที่สองวัน ฟังก์ชันนี้จะมีประโยชน์ในสูตรที่คุณต้องการคำนวณหาอายุ
ฟังก์ชัน DATEVALUE แปลงวันที่ในรูปแบบข้อความเป็นเลขลำดับ
ฟังก์ชัน DAY แปลงเลขลำดับเป็นวันในเดือน
ฟังก์ชัน DAYS
OneNote 2013
ส่งกลับจำนวนวันระหว่างวันที่สองวันที่
ฟังก์ชัน DAYS360 คำนวณจำนวนวันระหว่างวันที่สองวันโดยยึดตามปีที่มี 360 วัน
ฟังก์ชัน EDATE ส่งกลับเลขลำดับของวันที่ที่เป็นจำนวนเดือนที่ระบุก่อนหรือหลังวันที่เริ่มต้น
ฟังก์ชัน EOMONTH ส่งกลับเลขลำดับของวันสุดท้ายของเดือนก่อนหรือหลังจำนวนเดือนที่ระบุ
ฟังก์ชัน HOUR แปลงเลขลำดับเป็นชั่วโมง
ฟังก์ชัน ISOWEEKNUM
OneNote 2013
ส่งกลับตัวเลขของหมายเลขสัปดาห์ของปีแบบ ISO สำหรับวันที่ที่ระบุ
ฟังก์ชัน MINUTE แปลงเลขลำดับเป็นนาที
ฟังก์ชัน MONTH แปลงเลขลำดับเป็นเดือน
ฟังก์ชัน NETWORKDAYS ส่งกลับจำนวนวันทำงานทั้งหมดระหว่างวันที่สองวัน
ฟังก์ชัน NETWORKDAYS.INTL
Microsoft Office Home and Business 2010
ส่งกลับค่าตัวเลขของจำนวนวันทำงานทั้งหมดระหว่างวันที่สองวันโดยใช้พารามิเตอร์เพื่อระบุวันและจำนวนวันที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์
ฟังก์ชัน NOW ส่งกลับเลขลำดับของวันที่และเวลาปัจจุบัน
ฟังก์ชัน SECOND แปลงเลขลำดับเป็นวินาที
ฟังก์ชัน TIME ส่งกลับเลขลำดับของเวลาที่เฉพาะเจาะจง
ฟังก์ชัน TIMEVALUE แปลงเวลาในรูปแบบข้อความเป็นเลขลำดับ
ฟังก์ชัน TODAY ส่งกลับเลขลำดับของวันที่ปัจจุบัน
ฟังก์ชัน WEEKDAY แปลงเลขลำดับเป็นวันในสัปดาห์
ฟังก์ชัน WEEKNUM แปลงเลขลำดับเป็นตัวเลขที่แสดงแทนตำแหน่งสัปดาห์ในหนึ่งปี
ฟังก์ชัน WORKDAY ส่งกลับเลขลำดับของวันที่ก่อนหรือหลังจำนวนวันทำงานที่ระบุ
ฟังก์ชัน WORKDAY.INTL
Microsoft Office Home and Business 2010
ส่งกลับตัวเลขอนุกรมของวันที่ก่อนหรือหลังจำนวนวันทำงานที่ระบุโดยใช้พารามิเตอร์เพื่อระบุวันและจำนวนวันที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์
ฟังก์ชัน YEAR แปลงเลขลำดับเป็นปี
ฟังก์ชัน YEARFRAC ส่งกลับเลขเศษส่วนของปีที่แสดงแทนจำนวนวันทั้งหมดระหว่างวันที่เริ่มต้น (start_date) และวันที่สิ้นสุด (end_date

ฟังก์ชันข้อมูล

ฟังก์ชัน คำอธิบาย
ฟังก์ชัน CELL ส่งกลับข้อมูลเกี่ยวกับการจัดรูปแบบ ตำแหน่งที่ตั้ง หรือเนื้อหาของเซลล์
ฟังก์ชัน ERROR.TYPE ส่งกลับตัวเลขที่สัมพันธ์กับชนิดข้อผิดพลาด
ฟังก์ชัน INFO ส่งกลับข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการดำเนินการปัจจุบัน

หมายเหตุ: ฟังก์ชันนี้ไม่พร้อมใช้งานใน Excel Online

ฟังก์ชัน ISBLANK ส่งกลับค่า TRUE ถ้าค่าว่าง
ฟังก์ชัน ISERR ส่งกลับค่า TRUE ถ้าค่าเป็นค่าความผิดพลาดใดๆ ยกเว้น #N/A
ฟังก์ชัน ISERROR ส่งกลับค่า TRUE ถ้าค่าเป็นค่าความผิดพลาดใดๆ
ฟังก์ชัน ISEVEN ส่งกลับค่า TRUE ถ้าตัวเลขเป็นเลขคู่
ฟังก์ชัน ISFORMULA
OneNote 2013
ส่งกลับค่า TRUE ถ้ามีการอ้างอิงไปยังเซลล์ที่มีสูตร
ฟังก์ชัน ISLOGICAL ส่งกลับค่า TRUE ถ้าค่าเป็นค่าตรรกะ
ฟังก์ชัน ISNA ส่งกลับค่า TRUE ถ้าค่าเป็นค่าความผิดพลาด #N/A
ฟังก์ชัน ISNONTEXT ส่งกลับค่า TRUE ถ้าค่าไม่เป็นข้อความ
ฟังก์ชัน ISNUMBER ส่งกลับค่า TRUE ถ้าค่าเป็นตัวเลข
ฟังก์ชัน ISODD ส่งกลับค่า TRUE ถ้าตัวเลขเป็นเลขคี่
ฟังก์ชัน ISREF ส่งกลับค่า TRUE ถ้าค่าเป็นการอ้างอิง
ฟังก์ชัน ISTEXT ส่งกลับค่า TRUE ถ้าค่าเป็นข้อความ
ฟังก์ชัน N ส่งกลับค่าที่แปลงเป็นตัวเลข
ฟังก์ชัน NA ส่งกลับค่าความผิดพลาด #N/A
ฟังก์ชัน SHEET
OneNote 2013
ส่งกลับจำนวนแผ่นงานของแผ่นงานที่อ้างอิงถึง
ฟังก์ชัน SHEETS
OneNote 2013
ส่งกลับจำนวนแผ่นงานในการอ้างอิง
ฟังก์ชัน TYPE ส่งกลับตัวเลขที่แสดงชนิดข้อมูลของค่า

ฟังก์ชันทางตรรกะ

ฟังก์ชัน คำอธิบาย
AND function ส่งกลับค่า TRUE ถ้าอาร์กิวเมนต์ทั้งหมดเป็น TRUE
ฟังก์ชัน FALSE ส่งกลับค่าตรรกะ FALSE
ฟังก์ชัน IF ระบุการทดสอบตรรกะที่จะดำเนินการ
ฟังก์ชัน IFERROR ส่งกลับค่าที่คุณระบุถ้าสูตรประเมินเป็นข้อผิดพลาด มิฉะนั้นให้ส่งกลับผลลัพธ์ของสูตร
ฟังก์ชัน IFNA
OneNote 2013
ส่งกลับค่าที่คุณระบุถ้านิพจน์ได้ค่าเป็น #N/A มิฉะนั้นจะส่งกลับค่าผลลัพธ์ของนิพจน์
ฟังก์ชัน IFS
Excel 2016
ตรวจสอบว่าตรงตามเงื่อนไขตั้งแต่หนึ่งข้อขึ้นไป และส่งค่าที่สอดคล้องกับเงื่อนไขที่เป็น TRUE เงื่อนไขแรก
ฟังก์ชัน NOT ย้อนกลับค่าตรรกะของอาร์กิวเมนต์
ฟังก์ชัน OR ส่งกลับค่า TRUE ถ้ามีอาร์กิวเมนต์ใดๆ เป็น TRUE
ฟังก์ชัน SWITCH
Excel 2016
ประเมินนิพจน์ตามรายการของค่า และส่งผลลัพธ์ที่สอดคล้องกันไปยังค่าที่ตรงกันเป็นค่าแรก ถ้าไม่มีค่าใดตรงกัน อาจจะมีการส่งค่าเริ่มต้นอื่นๆ กลับมา
ฟังก์ชัน TRUE ส่งกลับค่าตรรกะ TRUE
ฟังก์ชัน XOR
OneNote 2013
ส่งกลับ exclusive OR ทางตรรกะของอาร์กิวเมนต์ทั้งหมด

ฟังก์ชันข้อความ

ฟังก์ชัน คำอธิบาย
ฟังก์ชัน ASC เปลี่ยนแปลงอักษรภาษาอังกฤษหรือคะทะคะนะแบบเต็มความกว้าง (ไบต์คู่) ภายในสตริงอักขระเป็นอักษรแบบครึ่งความกว้าง (ไบต์เดี่ยว)
ฟังก์ชัน BAHTTEXT แปลงตัวเลขเป็นข้อความ โดยใช้รูปแบบเครื่องหมายสกุลเงิน ß (บาท)
ฟังก์ชัน CHAR ส่งกลับอักขระที่ระบุโดยหมายเลขโค้ด
ฟังก์ชัน CLEAN เอาอักขระที่ไม่สามารถพิมพ์ได้ทั้งหมดออกจากข้อความ
ฟังก์ชัน CODE ส่งกลับค่าโค้ดตัวเลขสำหรับอักขระแรกในสตริงข้อความ
ฟังก์ชัน CONCAT
Excel 2016
รวมข้อความจากช่วงและ/หรือสตริงหลายๆ ส่วน แต่จะไม่มีตัวคั่นหรืออาร์กิวเมนต์ IgnoreEmpty
ฟังก์ชัน CONCATENATE รวมรายการข้อความหลายๆ รายการลงในหนึ่งรายการข้อความ
ฟังก์ชัน DBCS
OneNote 2013
เปลี่ยนแปลงอักษรภาษาอังกฤษหรือคะทะคะนะแบบครึ่งความกว้าง (ไบต์เดี่ยว) ภายในสตริงอักขระเป็นอักษรแบบเต็มความกว้าง (ไบต์คู่)
ฟังก์ชัน DOLLAR แปลงตัวเลขเป็นข้อความ โดยใช้รูปแบบเครื่องหมายสกุลเงิน $ (ดอลลาร์)
ฟังก์ชัน EXACT ตรวจสอบว่าค่าข้อความสองค่าเหมือนกันหรือไม่
ฟังก์ชัน FIND, FINDB ค้นหาค่าข้อความหนึ่งค่าภายในค่าข้อความอื่น (ตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก)
ฟังก์ชัน FIXED จัดรูปแบบตัวเลขเป็นข้อความด้วยจำนวนตำแหน่งทศนิยมที่แน่นอน
ฟังก์ชัน LEFT, LEFTB ส่งกลับอักขระที่อยู่ซ้ายสุดจากค่าข้อความ
ฟังก์ชัน LEN, LENB ส่งกลับจำนวนอักขระในสตริงข้อความ
ฟังก์ชัน LOWER แปลงข้อความเป็นตัวพิมพ์เล็ก
ฟังก์ชัน MID, MIDB ส่งกลับอักขระตามจำนวนที่ระบุจากสตริงข้อความโดยเริ่มต้นจากตำแหน่งที่คุณระบุ
ฟังก์ชัน NUMBERVALUE
OneNote 2013
แปลงข้อความเป็นตัวเลขในลักษณะที่ไม่ขึ้นกับระบบภาษา
ฟังก์ชัน PHONETIC แยกอักขระการออกเสียง (furigana) ออกจากสตริงข้อความ
ฟังก์ชัน PROPER เปลี่ยนตัวอักษรตัวแรกในแต่ละคำของค่าข้อความให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่
ฟังก์ชัน REPLACE, REPLACEB แทนที่อักขระภายในข้อความ
ฟังก์ชัน REPT ทำซ้ำข้อความตามจำนวนครั้งที่ระบุ
ฟังก์ชัน RIGHT, RIGHTB ส่งกลับอักขระที่อยู่ขวาสุดจากค่าข้อความ
ฟังก์ชัน SEARCH, SEARCHB ค้นหาค่าข้อความหนึ่งค่าภายในค่าข้อความอื่น (ไม่ตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก)
ฟังก์ชัน SUBSTITUTE แทนที่ข้อความเดิมด้วยข้อความใหม่ในสตริงข้อความ
ฟังก์ชัน T แปลงอาร์กิวเมนต์เป็นข้อความ
ฟังก์ชัน TEXT จัดรูปแบบตัวเลขและแปลงตัวเลขเป็นข้อความ
ฟังก์ชัน TEXTJOIN
Excel 2016
รวมข้อความจากช่วงและ/หรือสตริงหลายๆ ส่วน และมีตัวคั่นที่คุณได้ระบุไว้ระหว่างแต่ละค่าของข้อความที่จะรวม ถ้าตัวคั่นเป็นสตริงข้อความว่าง ฟังก์ชันนี้จะเชื่อมช่วงต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ฟังก์ชัน TRIM เอาช่องว่างออกจากข้อความ
ฟังก์ชัน UNICHAR
OneNote 2013
ส่งกลับอักขระ Unicode ที่อ้างอิงโดยค่าตัวเลขที่ระบุ
ฟังก์ชัน UNICODE
OneNote 2013
ส่งกลับจำนวน (code point) ที่สอดคล้องกับอักขระแรกของข้อความ
ฟังก์ชัน UPPER แปลงข้อความเป็นตัวพิมพ์ใหญ่
ฟังก์ชัน VALUE แปลงอาร์กิวเมนต์ข้อความเป็นตัวเลข

About the author