ภาษีและหน่วยงานที่จัดเก็บภาษี

ความหมายและความสำคัญของภาษี

ภาษี หมายถึง เงินที่รัฐบาลบังคับเรียกเก็บจากประชาชน เพื่อนำมาใช้พัฒนาประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น

การจัดเก็บภาษีมีความสำคัญ ดังนี้

1. การนำเงินภาษีไปใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศ เช่น การสร้างถนน โรงพยาบาล โรงเรียน สิ่งก่อสร้างของรัฐบาล การจัดให้มีไฟฟ้าสาธารณะการบรรเทาอัคคีภัยและสาธารณภัย การให้บริการสาธารณสุข

2. การนำเงินภาษีไปใช้จ่ายเป็นเงินเดือนข้าราชการ และนักการเมืองซึ่งบุคคลเหล่านี้มีหน้าที่บริการประชาชนตามหน้าที่และความรับผิดชอบ
3. เพื่อควบคุมการบริโภคของประชาชนภายในประเทศ เช่น เก็บภาษี จากสินค้าประเภทฟุ่มเฟือยจำาพวก น้ำหอม เครื่องสำอาง สุรา ยาสูบ เพื่อให้ประชาชนเลือกใช้สินค้าที่จำาเป็นต่อการครองชีพ

ภาษีเป็นรายได้ที่สำคัญของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ประเภทของภาษี

ภาษีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ครอบคลุม (1) ภาษีทางตรง และ (2) ภาษีทางอ้อม

1. ภาษีทางตรง หมายถึง ภาษีที่เมื่อรัฐบาลเรียกเก็บจากผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีแล้ว ผู้เสียภาษีต้องรับภาระไว้เองทั้งหมด ตัวอย่างภาษีทางตรง มีดังนี้

1.1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีประเภทนี้ เช่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง

1.2 ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีประเภทนี้เรียกเก็บจากบริษัทห้างหุ้นส่วนต่าง ๆ โดยเรียกเก็บจากกำาไรหลังหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว

2. ภาษีทางอ้อม หมายถึง ภาษีที่เมื่อรัฐบาลเรียกเก็บจากผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีแล้ว ผู้เสียภาษีสามารถผลักภาระภาษีนี้ไปให้ผู้อื่นที่เกี่ยวข้องได้ตัวอย่างภาษีทางอ้อม มีดังนี้

2.1 ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นภาษีประเภทหนึ่ง ที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าและบริการ เช่น รัฐบาลกำาหนดให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 หรือ 7% ถ้านักเรียนซื้อรองเท้าราคาคู่ละ 200 บาท นักเรียนต้องจ่ายเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของเงิน 200 บาท ดังนั้น นักเรียนจะต้องจ่ายเงินค่ารองเท้ารวมทั้งสิ้น 214 บาท บางครั้งราคาขายได้คิดรวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการของผู้ขายสินค้า

2.2 ภาษีศุลกากร คือ ภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าที่นำาเข้ามาภายในประเทศ เรียกว่า อากรขาเข้า และจัดเก็บจากสินค้าที่นำออกไปขายต่างประเทศ เรียกว่า อากรขาออก

หน่วยงานที่จัดเก็บภาษี

หน่วยงานที่จัดเก็บภาษีให้กับรัฐบาลมาจากหน่วยงาน 2 ระดับ ครอบคลุม (1) องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และ (2) รัฐบาลกลาง

1. องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษี ดังนี้

1.1 ภาษีโรงเรือนและที่ดิน เป็นภาษีที่เก็บจากเจ้าของโรงเรือนที่ให้เช่าทำการค้า หรือประกอบอุตสาหกรรม สิ่งปลูกสร้างและที่ดิน โรงเรือน เช่น บ้านเช่า ตึกแถว สำานักงาน โรงงาน โรงแรม โรงภาพยนตร์

1.2 ภาษีบำารุงท้องที่ เป็นภาษีที่เก็บจากเจ้าของที่ดินหรือผู้มีกรรมสิทธิ์และครอบครองในที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ไม่ว่าที่ดินนั้นจะเป็นที่ว่างเปล่าหรือใช้เพื่อการเกษตร

1.3 ภาษีป้าย เป็นภาษีที่เก็บจากผู้เป็นเจ้าของป้ายที่ใช้แสดงชื่อยี่ห้อสินค้า ป้ายโฆษณา หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือประกอบกิจกรรมอื่น เพื่อการโฆษณา หรือเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะแสดงไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำาให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น

1.4 อากรและค่าธรรมเนียม ตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ เช่น อากรฆ่าสัตว์ ค่าธรรมเนียมเก็บขยะ

2. รัฐบาลกลาง ทำหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีประเภทต่าง ๆโดยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดเก็บภาษี ดังนี้

2.1 กรมสรรพากร รับผิดชอบในการจัดเก็บภาษี เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ภาษีมูลค่าเพิ่ม

2.2 กรมสรรพสามิต รับผิดชอบในการจัดเก็บภาษี เช่น ภาษียาสูบ ภาษีน้ำมัน ภาษีสุรา ภาษีรถยนต์

2.3 กรมศุลกากร รับผิดชอบ ในการจัดเก็บภาษี เช่น ภาษีนำเข้า ภาษีส่งออก

กิจกรรม

คลิกเรื่องต่อไป
Print Friendly, PDF & Email