ผลจากการรักษาและทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

สถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในปัจจุบันเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินขีดจำกัดความพอดีเป็นผลกระทบที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องกัน ปัจจุบันสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ แบ่งได้ 5 ประเภท ครอบคลุม (1) ทรัพยากรป่าไม้ (2) ทรัพยากรนํ้า (3) ทรัพยากรดิน (4) ทรัพยากรสัตว์ป่า และ (5) ทรัพยากรแร่และเชื้อเพลิง

1. ทรัพยากรป่าไม้

สถานการณ์ป่าไม้ของประเทศไทยในปัจจุบัน คือ พื้นที่ป่าไม้ลดลงส่งผลกระทบไปถึงทรัพยากรอื่น ๆ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย เช่น ทำให้ภูมิอากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้น ปริมาณฝนน้อยลง พื้นที่โดยรวมแห้งแล้ง ถ้ามีฝนตกหนักจะเกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ เศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ จากการสำรวจพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทย ประจำปี 2560 ของกรมพัฒนาที่ดิน พื้นที่ป่าไม้คงเหลือประมาณร้อยละ 33.01 ของพื้นที่ประเทศ จึงเห็นสมควรที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันในการดำเนินการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพื่อให้ทรัพยากรป่าไม้เกิดความยั่งยืนต่อไป

แนวทางการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน

  1. ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนตระหนักรู้ถึงความสำคัญของป่าไม้และผลกระทบของการตัดไม้ทำลายป่า
  2. ส่งเสริมการปลูกป่าและวางแผนเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ในบริเวณพื้นที่ที่ป่าไม้ถูกทำลาย โดยเฉพาะพื้นที่บนภูเขาและไหล่เขาซึ่งเคยปกคลุมด้วยป่าไม้รวมทั้งสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเพิ่มสัดส่วนปริมาณต้นไม้ในพื้นที่ครอบครอง
  3. เพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ป่า โดยกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติสวนรุกขชาติสวนสาธารณะ ป่าชุมชน ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์พืช ฯลฯ
  4. ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันไฟป่าในเขตพื้นที่ป่าไม้ของชาติ
  5. ส่งเสริมให้เกิดการเกษตรแบบสวนป่าที่ปลูกพืชยืนต้นระยะยาวในพื้นที่เกษตร เช่น สวนยาง สวนผลไม้ สวนปาล์ม สวนไม้ปลูก
  6. สนับสนุนให้ชุมชนที่อยู่ใกล้พื้นที่ป่าอนุรักษ์มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า เช่น กำหนดพื้นที่ป่าชุมชน เพื่อให้คนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนอย่างยั่งยืนทั้งในด้านที่เป็นแหล่งอาหารการหาของป่า เพื่อให้มีรายได้เพียงพอสำหรับตนเองและครอบครัว โดยไม่บุกรุกทำลายพื้นที่ป่าอนุรักษ์
  7. ลดการใช้ไม้และใช้วัสดุอื่นทดแทนไม้
  8. ยุติการทำลายป่าไม้และห้ามบุกรุกพื้นที่ป่า โดยภาครัฐต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

2. ทรัพยากรนํ้า

สถานการณ์นำ้ของประเทศไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มเสี่ยงต่อการขาดแคลนนำ้ในหลายพื้นที่ เนื่องจากมนุษย์มีความต้องการใช้นำ้ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ และความแปรปรวนของสภาพอากาศทำให้ปริมาณฝนแปรปรวน มีปริมาณฝนมากในฤดูฝน มีปริมาณฝนน้อยในฤดูแล้งนอกจากนี้ ยังพบว่า คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลง โดยแหล่งที่มาของความเสื่อมโทรมของทรัพยากรน้ำ มีอยู่ 3 ด้าน ครอบคลุม (1) ชุมชน (2) ภาคอุตสาหกรรม และ (3) ภาคเกษตรกรรม

1. ชุมชน

น้ำเสียในชุมชน ส่วนใหญ่เกิดจากการทำกิจกรรมประจำวันของคนในชุมชน เช่น การทิ้งขยะ การชำระล้างสิ่งสกปรกจากครัวเรือน โรงแรม ร้านอาหาร ตลาดสด โรงพยาบาลลงสู่แหล่งน้ำ

2. ภาคอุตสาหกรรม

น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยสิ่งปฏิกูลและสารพิษต่าง ๆ ที่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมลงสู่แหล่งน้ำ โดยไม่มีการบำบัด

3. ภาคเกษตรกรรม

ในการทำเกษตรกรรมจะมีการใช้สารเคมีต่าง ๆ ในการเพาะปลูกพืชเพื่อให้พืชเจริญเติบโต ซึ่งสารเคมีต่าง ๆ
เหล่านี้สะสมอยู่ในดิน เมื่อฝนตกน้ำก็จะชะล้างสารเคมีที่อยู่ในดินให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำเน่าเสีย

ผลกระทบของน้ำ เสียทำให้สัตว์น้ำตาย เป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อโรค เช่น อหิวาตกโรค ไม่สามารถนำนน้ำ มาใช้อุปโภคบริโภคได้ ส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพและมีกลิ่นเหม็นจากน้ำเน่าเสีย

แนวทางการจัดการทรัพยากรนํ้าอย่างยั่งยืน

  1. เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ และรักษาป่าไม้บริเวณต้นน้ำลำธาร บริเวณภูเขา เพื่อให้ป่าไม้ซับน้ำจากเมฆและหมอกลงมาเป็นหยดน้ำ ให้มีน้ำตลอดทั้งปี อีกทั้งป่าไม้ยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของบรรยากาศไม่ให้ร้อนจัด เพื่อให้อากาศกลั่นตัวเป็นฝนง่ายขึ้น
  2. ทุกลุ่มน้ำในประเทศไทยควรมีการบริหารจัดการ การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ไม่ควรให้สูญเสียน้ำระหว่างการระบายหรือส่งถ่ายน้ำในระบบชลประทาน เช่น บริเวณพื้นที่ดินทรายไม่ควรใช้ระบบคลองส่งน้ำบนผิวดินควรใช้ระบบท่อหรือระบบ้ำรองรับและส่งถ่ายน้ำ ต้องมีการวางแผนระยะสั้นระยะกลาง และระยะยาวในการอนุรักษ์ต้นน้ำ การบริหารจัดการการใช้น้ำ การพัฒนาเส้นทางส่งนเข้าสู่พื้นที่ลุ่มน้ำ
  3. ต้องสร้างแหล่งเก็บน้ำ ให้มากและเพียงพอ โดยเฉพาะในเขตแห้งแล้งและเขตเงาฝนของประเทศ เพื่อเก็บน้ำในหน้าฝนไว้ใช้หน้าแล้ง
  4. เพิ่มปริมณการกักเก็บน้ำ จากแหล่งน้ำที่มีมากเกิน เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำมูล แม่น้ำชี เข้ามากักเก็บในแหล่งน้ำบริเวณพื้นที่เกษตรกรรม โดยการขุดลอกอ่างน้ำ เส้นทางน้ำให้กว้างขึ้น
  5. ปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาแหล่งน้ำให้สะอาด เพื่อให้มีน้ำสะอาดไว้ใช้อุปโภคบริโภค ไม่ควรปล่อยน้ำเสียหรือทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ

น้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตระหนักรู้ถึงปัญหาพื้นที่ของประเทศไทย ว่าหัวใจของพื้นที่และชุมชน คือ แหล่งน้ำ ซึ่งแหล่งน้ำตามธรรมชาติมักมีปัญหาในระยะยาว พระองค์ได้ทรงสำรวจภูมิประเทศเพื่อ
สร้างแหล่งเก็บน้ำ เช่น เขื่อน ฝาย อ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำตามธรรมชาติที่ตื้นเขิน ก็ให้ขุดลอกทำเป็นที่กักเก็บน้ำ (โครงการแก้มลิง) รวมทั้งทรงสำรวจภูมิอากาศเพื่อทำฝนเทียมทำให้มีแหล่งน้ำ ให้ประชาชนใช้ในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ

3. ทรัพยากรดิน

สถานการณ์ของดินในประเทศไทยปัจจุบัน ดินมีความเสื่อมโทรมขาดธาตุอาหารในดิน เนื่องจากหน้าดินถูกชะล้างจากปริมาณฝนที่ตก การใช้สารเคมีในการเพาะปลูกและทำเกษตรกรรม หรือการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม เช่น พื้นที่อุดม-สมบูรณ์ด้วยธาตุอาหารที่เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรมถูกนำไปใช้ในการสร้างที่อยู่อาศัย เป็นบ้านจัดสรร เป็นโรงงานอุตสาหกรรม หรือพื้นที่เหมาะเป็นพื้นที่ป่าไม้ถูกนำไปใช้เป็นพื้นที่การเกษตร หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ลักษณะของการใช้ดินไม่เหมาะสมกับศักยภาพของดินถือเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ปัจจุบันแม้เกษตรกรบางส่วนหันมาปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้สารชีวภาพเพื่อให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับปริมาณการใช้ที่ดินจากการศึกษาและสำรวจลักษณะการใช้ที่ดินของกรมพัฒนาที่ดินพบว่า ปัญหาทรัพยากรดินส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ที่นำดินมาใช้โดยขาดความรู้ความเข้าใจขาดการฟื้นฟูบำรุงรักษา ทรัพยากรดินจึงเสื่อมคุณภาพลงและใช้ประโยชน์ได้น้อยลง

แนวทางการจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน

  1. การปรับปรุงคุณภาพดินโดยใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เพื่อให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินเพิ่มขึ้น สามารถอุ้มนำ้ได้ดีขึ้น
  2. การป้องกันความเสื่อมโทรมของดิน โดยการปลูกพืชคลุมดินการปลูกพืชหมุนเวียน การทำคันดินป้องกันการไหลชะล้างหน้าดิน รวมถึงการไม่เผาป่าและทำไร่เลื่อนลอย
  3. วางแผนการใช้ที่ดินเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมกับสภาพดิน เช่น การเลือกปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพดิน
  4. การปลูกหญ้าแฝกบริเวณพื้นที่ลาดชัน เพื่อลดการพังทลายของหน้าดิน
  5. แก้ปัญหาสภาพดินที่ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก เช่น ดินเปรี้ยวแก้ปัญหาโดยใช้ทฤษฎีแกล้งดิน ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

4. ทรัพยากรสัตว์ป่า

สถานการณ์สัตว์ป่าของประเทศไทยในปัจจุบัน สัตว์ป่าในประเทศไทยมีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยเนื่องจากป่าไม้ถูกทำลาย พื้นที่ป่าไม้ลดลงทำให้ถิ่นที่อยู่และอาหารของสัตว์ป่าลดลง การที่ทรัพยากรสัตว์ป่าลดลงจนบางชนิดสูญพันธุ์ และบางชนิดใกล้สูญพันธุ์ เนื่องมาจากการล่าสัตว์ของมนุษย์ ทั้งการล่าเพื่อเป็นอาหาร หรือการลักลอบล่าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกและที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป ทำให้สัตว์ป่าในทุกภูมิภาคของประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้

การขยายพื้นที่เพาะปลูกทำาให้แหล่งอาหารตามธรรมชาติของสัตว์ป่าลดน้อยลงสัตว์ป่าจึงบุกรุกพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร

แนวทางการจัดการทรัพยากรสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน

  1. เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ ฟื้นฟูสภาพป่าโดยการกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อป้องกันการบุกรุกและทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
  2. ออกกฎหมายห้ามล่าสัตว์ป่า และกำหนดชนิดพันธุ์สัตว์ป่าคุุ้มครองเพื่อปกป้องสัตว์ป่าให้ปลอดภัยจากการถูกล่าโดยมนุษย์
  3. สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและตระหนักถึงการอนุรักษ์สัตว์ป่า

5. ทรัพยากรแร่และเชื้อเพลิง

สถานการณ์แร่และเชื้อเพลิงของประเทศไทยในปัจจุบัน ประเทศไทยมีแหล่งแร่เชื้อเพลิง ทั้งบนบก มีประมาณร้อยละ ๒๕ และในอ่าวไทย พบแหล่งแก๊สธรรมชาติและน้ำมันดิบ คิดเป็นปริมาณร้อยละ ๗๕ ของพื้นที่ที่พบในประเทศไทยแร่และเชื้อเพลิงเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป และเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นและความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้มีการนำทรัพยากรแร่และเชื้อเพลิงมาใช้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ทรัพยากรแร่และเชื้อเพลิงลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว เช่น ในอดีตประเทศไทยเคยเป็นผู้ส่งออกแร่ดีบุกเป็นอันดับหนึ่งของโลก ปัจจุบันแร่ดีบุกในประเทศลดลงจนต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ

แนวทางการจัดการทรัพยากรแร่และเชื้อเพลิงอย่างยั่งยืน

  1. ใช้ทรัพยากรแร่และเชื้อเพลิงอย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด
  2. สำรวจแหล่งแร่และเชื้อเพลิงให้ครอบคลุมทั้งประเทศ และวางแผนการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า
  3. การใช้ทรัพยากรชนิดอื่นทดแทนทรัพยากรที่ใกล้จะหมดไป เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทนพลังงานเชื้อเพลิงที่กำลังจะหมดไป
  4. การนำทรัพยากรแร่ที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่เช่นแร่โลหะที่หมดสภาพการใช้งานแล้วสามารถหลอมเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่

กิจกรรม

คลิกเรื่องต่อไป
Print Friendly, PDF & Email