รู้จักกับโปรแกรมสำนักงาน (Microsoft office)  

นักเรียนเคยใช้โปรแกรมอะไรบนคอมพิวเตอร์บ้าง และใช้ทำอะไร?

 ประวัติความเป็นมา

Microsoft มาจาก Microcomputer + Software ก่อตั้งโดย Bill Gates และ Paul Allen โดยตั้งวิสัยทัศน์เอาไว้ว่า “จะทำให้โต๊ะทำงานทุกตัว และในทุกบ้านต้องมีคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งาน”
Microsoft Office ได้เปิดตัวในปี 1989 และประกอบด้วย 3 โปรแกรมหลักเริ่มต้น Word, Excel และ PowerPoint
บริษัทไมโครซอฟท์ได้มีการพัฒนาชุดโปรแกรมสำนักงาน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ซึ่งประกอบด้วยโปรแกรมที่มีความสามารถในการทำงานที่แตกต่างกัน คือ

  • โปรแกรมประมวลคำ (Microsoft Word) มีความสามารถในการจัดรูปแบบตัวอักษร ย่อหน้า ใส่รูปภาพ จดหมายเวียน และอื่น ๆ
  • โปรแกรมตารางคำนวณ (Microsoft Excel) เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการจัดทำตารางงาน มีความสามารถในการคำนวณสูตรต่าง ๆ พร้อมทั้งฟังก์ชันที่ช่วยในการคำนวณทางคณิตศาสตร์
  • โปรแกรมนำเสนอ (Microsoft PowerPoint) เป็นโปรแกรมนำเสนอผลงาน สามารถนำเสนอผลงานในรูปแบบต่าง ๆ ช่วยให้งานนำเสนอมีความน่าสนใจ
  • โปรแกรมรับ/ส่งอีเมล (Microsoft Outlook) เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับการจัดการอีเมลเพื่อการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น สามารถบันทึกรายชื่อผู้ที่เราติดต่อเพื่อความสะดวกในการส่งเมล์ บริหารจัดการเวลา การจดบันทึกและนัดหมายต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
  • โปรแกรมสมุดบันทึกดิจิทัล (Microsoft OneNote) เป็นสมุดบันทึกดิจิทัลที่ใช้จดบันทึกและเก็บข้อมูล
  • โปรแกรมออกแบบสิ่งพิมพ์ (Microsoft Publisher) เป็นโปรแกรมสำหรับการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น โปสเตอร์ ไวนิล นามบัตร การ์ดต่าง ๆ 
  • โปรแกรม เป็นโปรแกรมฐานข้อมูล (Microsoft Access) เป็นโปรแกรมในการจัดการระบบฐานข้อมูล (Database Management System) ที่สามารถจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก ๆ เข้ามาและยังสามารถพัฒนาแบบฟอร์ม (Form) และสร้างรายงาน (Report)

และบริษัทไมโครซอฟท์ ก็ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็น Cloud-Based ที่เรียกว่า Office 365  ในปี 2011 และเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 ในปี 2020 โดยผู้ใช้บริการ สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ผ่าน Browser, Application และ Mobile Application ซึ่งข้อดีของการใช้งานแบบ Online คือ สามารถทำงานร่วมกับคนอื่น พร้อม ๆ กันได้ เช่น แชร์ไฟล์เอกสาร Excel ให้แต่ละคนเข้ามากรอกข้อมูลของตนเองได้ และยังกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงได้ ซึ่งจะประกอบด้วย Microsoft Office คือ Microsoft Excel, Microsoft Word, Microsoft PowerPoint, Microsoft Outlook, Microsoft และ ยังมี ซอฟต์แวร์อื่น ๆ อีก เช่น

ซอฟต์แวร์เพื่อการสื่อสาร อย่าง Microsoft Teams
ซอฟต์แวร์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล อย่าง Power BI
ซอฟต์แวร์เพื่อการทำงานอัตโนมัติ อย่าง Power Automate
ซอฟต์แวร์เพื่อการพัฒนา App แบบ Low Code อย่าง Power Apps
ซอฟต์แวร์เพื่อการวางแผนงาน อย่าง Planner
ซอฟต์แวร์ที่เป็นพื้นที่จัดเก็บไฟล์ อย่าง OneDrive
ซอฟต์แวร์สำหรับการสร้างเว็บไซต์ทั้งในระดับ Portal จนถึงระดับส่วนบุคคล อย่าง SharePoint
ซอฟต์แวร์การจัดการวิดีโอ อย่าง Microsoft Streams
ซอฟต์แวร์สำหรับการทำ ToDo List อย่าง Microsoft ToDo
ซอฟต์แวร์สำหรับการ Chat ในองค์กร อย่าง Yammer

Microsoft Office เป็นแบบการซื้อครั้งเดียว ซึ่งหมายความว่า จะต้องชําระเงินเพียงครั้งเดียวเพื่อรับแอป Microsoft Office สําหรับคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง การซื้อครั้งเดียวจะพร้อมใช้งานสําหรับทั้งพีซีและ Mac และจะไม่มีตัวเลือกการอัปเกรด ซึ่งหมายความว่า ถ้าต้องการเวอร์ชั่นใหม่จะต้องซื้อใหม่ในราคาเต็ม ส่วน Microsoft 365 ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์เพื่อการทำงานที่เป็นรูปแบบของการสมัครสมาชิก โดยที่ผู้ใช้งาน จ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน หรือ รายปี และสามารถเลือกประเภทตามที่เหมาะสมกับการใช้งานของผู้ใช้งานได้ Microsoft 365 จะมีซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ให้เลือกใช้ตามความต้องการของผู้ใช้โดยจะมีซอฟต์แวร์

ใบงานที่ 1 เปรียบเทียบการสมัครใช้งาน Microsoft 365 กับ Microsoft Office

ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์คือสิ่งที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (“พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์”) โดยจัดเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ประเภทงานวรรณกรรม (Literary work) โดยเราสามารถหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายได้ด้วยวิธีง่ายๆ ก็คือ ซื้อและใช้แต่ซอฟต์แวร์ของแท้เท่านั้น

Print Friendly, PDF & Email