สิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่มีอิทธิพลต่อลักษณะการตั้งถิ่นฐานและการย้ายถิ่นของประชากรในภูมิภาคของตน

การตั้งถิ่นฐาน หมายถึง การเลือกถิ่นที่อยู่อาศัย แต่ละภูมิภาคประชากรเลือกตั้งถิ่นฐานแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต ลักษณะการประกอบอาชีพ ความสะดวกสบายในการเดินทาง รวมไปถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการตั้งถิ่นฐาน เช่น รู้สึกปลอดภัย อบอุ่นใจ สุขใจ

การย้ายถิ่นฐาน คือ การเคลื่อนย้ายของประชากรจากถิ่นฐานเดิมเพื่อเข้าไปอาศัย อยู่ในท้องถิ่นที่เหมาะสมแห่งใหม่ เช่น มีสภาพแวดล้อมที่ดี ใกล้เส้นทางคมนาคม มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งประกอบอาชีพ

1. ภาคเหนือ

ภาคเหนือ มีการตั้งถิ่นฐานตามภูมิประเทศ 2 ลักษณะ คือ การตั้งถิ่นฐานของคนเมืองหรือชาวล้านนาที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณที่ราบระหว่างภูเขา หรือแอ่งที่ราบสำาคัญ และการตั้งถิ่นฐานของชาวเขาที่ตั้งถิ่นฐานบนภูเขาและสันเขาตามดอยต่าง ๆ

2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง มีเนื้อที่ 1 ใน 3 ของประเทศ ประชากรส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานเป็นหมู่บ้าน เป็นชุมชน กระจายอยู่บนที่ดอนโคก โนน เนิน เนื่องจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีดินเป็นดินทราย จึงเกิดการทรุดพังของตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำ ประชากรจึงไม่นิยมตั้งถิ่นฐานชิดริมฝั่งแม่น้ำ แต่นิยมตั้งถิ่นฐานบนที่สูง ไม่ไกลจากแหล่งน้ำ ในอดีตเส้นทางคมนาคมทางถนนไม่ทั่วถึงผู้คนจึงตั้งถิ่นฐานตามแนวเส้นทางรถไฟสายสำคัญ ปัจจุบันเส้นทางคมนาคมทางรถยนต์เชื่อมโยงถึงกันได้สะดวกมากขึ้น ประชากรจึงมีการตั้งถิ่นฐานอยู่ตามแนวเส้นทางรถยนต์

3. ภาคกลาง

ภาคกลาง เป็นที่ราบและที่ลุ่มต่ำสุดของประเทศจึงเป็นที่รวมของระบบลำน้ำสำคัญทุกสายแม่น้ำ ลำคลอง ปากแม่น้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ประกอบอาชีพและใช้เป็นเส้นทางติดต่อคมนาคมในอดีต จึงถูกใช้เป็นแนวตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยด้วย จะเห็นว่าประชากรในภาคกลางสร้างบ้านเรือนตามแนวสองฝั่งคลอง ฝั่งแม่น้ำ โดยมีการสร้างบ้านยกพื้นใต้ถุนสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม บ้านสร้างด้วยไม้เป็นส่วนใหญ่ ต่อมาเมื่อบ้านเมืองพัฒนา เส้นทางรถยนต์ถูกสร้างขึ้น ประชากรจึงตั้งถิ่นฐานตามแนวถนน ทำาให้รูปแบบการตั้งถิ่นฐานและที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไป ตัวบ้านสร้างด้วยการก่ออิฐ ฉาบปูน เมื่อชุมชนและเมืองพัฒนาขึ้น ประชากรเพิ่มมากขึ้น ที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอ จึงมีการถมดินถมคลอง ถมท้องร่องเพื่อใช้สร้างหมู่บ้านจัดสรร ปัจจุบันเมื่อชุมชนเมืองขยายตัวมากขึ้น จังหวัดและอำเภอต่าง ๆ ในภาคกลางมีพื้นที่อยู่อาศัยจำกัด จึงเกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยในแนวตั้ง เกิดเป็นการสร้างอาคารชุด คอนโดมิเนียมมากขึ้น กลายเป็นที่อยู่อาศัยของคนเมือง การตั้งถิ่นฐานของประชากรที่อยู่รอบ ๆ เมืองจึงกลายเป็นเขตชานเมืองมีสภาพกึ่งเมืองกึ่งชนบท ประกอบกับมีการพัฒนาเศรษฐกิจในเชิงอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมีแหล่งอุตสาหกรรม มีนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้นรอบเมืองจึงมีผู้คนอพยพมาเป็นแรงงานมากขึ้น ถิ่นที่อาศัยแบบหนาแน่นจึงเกิดขึ้น มีทั้งชุมชนที่เรียกว่า สลัม มีหมู่บ้านจัดสรร มีที่อยู่อาศัยแบบบ้านเช่า ห้องแถว คอนโดมิเนียม เกิดขึ้นมากมาย

4. ภาคตะวันออก

ลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันออกทำาให้มีการตั้งถิ่นฐานบริเวณปากแม่นำ้าแถบชายฝั่งทะเล ตั้งแต่อำาเภอเมืองชลบุรีถึงอำาเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีอำาเภอบ้านฉางถึงอำาเภอแกลง จังหวัดระยอง อำาเภอเมืองจันทบุรีถึงอำเภอเมืองตราดภูมิประเทศดังกล่าวก่อให้เกิดการสร้างอาชีพ เช่น บริการการท่องเที่ยว อาชีพประมงมีการสร้างท่าเรือเป็นจุดเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่ง เกิดเป็นเขตอุตสาหกรรมบริเวณชายฝั่งเว้าแหว่งตามบริเวณปากแม่น้ำในจังหวัดจันทบุรีและตราด มีการสะสมตะกอน โคลนตม กลายเป็นพื้นที่ป่าชายเลนและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

นอกจากนี้ยังพบการตั้งถิ่นฐานในเขตที่ราบ บริเวณที่ราบลุ่มบางปะกงและที่ราบฉนวนไทยอยู่ในบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้วโดยที่ราบลุ่มบางปะกงมีความอุดมสมบูรณ์อันเกิดจากการสะสมของธาตุอาหารในดิน และมีนำ้าเพียงพอต่อการเพาะปลูก ส่วนที่ราบฉนวนไทยอยู่ในเขตอับฝนมีช่วงแล้งยาวนาน เหมาะแก่การทำปศุสัตว์ ภาคตะวันออกมีภูมิประเทศแบบผสมผสานหลายรูปแบบ จึงทำให้มีการตั้งถิ่นฐานแบบชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ และชาวประมงภูมิประเทศที่แตกต่างกันของภาคตะวันออกเป็นถิ่นที่อยู่ของประชาชนที่ต่างอาชีพกันชัดเจน การสร้างบ้านเรือนส่วนใหญ่กระจายตามแนวชายฝั่ง แนวแม่น้ำและริมเส้นทางคมนาคมปัจจุบันภาคตะวันออก มีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเขตจังหวัดชลบุรีและระยอง จึงทำาให้เกิดความหนาแน่นของถิ่นที่อยู่อาศัยในจังหวัดชลบุรีและระยองจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ถูกกำหนดให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจสำคัญในแผนพัฒนาชาติ 20 ปี การสร้างถิ่นที่อยู่อาศัยจึงต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมที่เป็นย่านอุตสาหกรรม และเมืองแห่งการท่องเที่ยว

5. ภาคใต้

ภูมิประเทศของภาคใต้ ทำให้ประชากรเลือกตั้งถิ่นฐานบริเวณชายฝั่งปากแม่น้ำและรอบ ๆ ทะเลสาบมาก่อน เป็นการตั้งถิ่นฐานแบบชาวประมง ในระยะต่อมามีการกระจายการตั้งถิ่นฐานไปสู่บริเวณทิวเขาตอนกลางคาบสมุทร จึงมีการตั้งถิ่นฐานแบบชาวสวน ชาวไร่ตามมา บริเวณแถบปากแม่น้ำ และบริเวณสันทรายชายฝั่ง มีการตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นกลุ่ม เป็นหมู่บ้าน มีการประกอบอาชีพประมงแต่การตั้งถิ่นฐานแบบชาวสวน ชาวไร่ เช่น สวนยาง สวนปาล์ม สวนผลไม้ สวนมะพร้าว มักตั้งบ้านเรือนกระจายอยู่ในพื้นที่ราบ ถัดจากปากแม่น้ำเข้าไป การตั้งถิ่นฐานมักจะอยู่บนสันทรายเก่าที่ขนานไปกับชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก แถบชุมพรลงไปจนถึงนราธิวาส เป็นสันทรายที่ประชากรตั้งบ้านเรือนอยู่รวมกันเป็นกลุ่มพร้อม ๆ กับทำาสวนมะพร้าวไปด้วย ที่ลุ่มระหว่างสันทรายใช้ทำนาปัจจุบันการขยายพื้นที่ทำกิน และการขยายเส้นทางคมนาคมทางรถยนต์มีมากขึ้น บ้านเรือนที่ปลูกใหม่ จึงกระจายไปตามเส้นทางคมนาคม

6. ภาคตะวันตก

ภาคตะวันตก ประชากรส่วนใหญ่เลือกตั้งถิ่นฐานบริเวณที่ราบและที่ราบลุ่ม ได้แก่ ที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ที่ราบลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี ภูมิประเทศดังกล่าวเป็นที่สะสมของตะกอนที่ถูกพัดพามาโดยลำน้ำสายใหญ่และแควสาขา จึงเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำเกษตรกรรมลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันตก ทำให้มีการตั้งถิ่นฐานแบบชาวไร่บริเวณที่ลาดเชิงเขาตะนาวศรีลงมาทางตะวันออก มีการตั้งถิ่นฐานแบบชาวสวนตามลำน้ำแม่กลอง และคลองสาขาในพื้นที่อำาเภอดำเนินสะดวก อำาเภอวัดเพลงจังหวัดราชบุรี มีการตั้งถิ่นฐานแบบชาวนาในที่ดอน จังหวัดเพชรบุรี และราชบุรีมีการตั้งถิ่นฐานแบบชาวประมงบริเวณปากแม่น้ำ เช่น ที่บางตะบูน และบ้านแหลมจังหวัดเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรี คลองวาฬ คลองบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการตั้งถิ่นฐานแบบชาวเขาอยู่ตามแนวทิวเขาตะนาวศรี และทิวเขาถนนธงชัยเป็นการตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นกลุ่ม ๆ ในหุบเขา

7. ปัจจัยที่ทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน

7.1 ปัจจัยที่เกิดจากธรรมชาติ

  • สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง เช่น เกิดการทรุดตัวของแผ่นดิน นำ้ากัดเซาะตลิ่ง กัดเซาะคันดิน-ธรรมชาติ กัดเซาะชายฝั่งทะเล แม่น้ำเปลี่ยนทิศทางการไหล
  • เกิดภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม พายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง สึนามิ
  • ทรัพยากรเสื่อมโทรม ส่งผลให้เกิดการขาดแคลน เช่น ดินขาดธาตุอาหาร ขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำาให้เพาะปลูกได้ผลไม่ดี แหล่งนำ้าตื้นเขิน มีนำ้าไม่เพียงพอกับความต้องการในการอุปโภคบริโภค และประกอบอาชีพ

7.2 ปัจจัยที่เกิดจากมนุษย์ สังคม และวัฒนธรรม

  • สภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง เป็นแรงผลักดันทำาให้เกิดการย้ายถิ่นฐานออกจากพื้นที่เดิม ไปสู่เมืองใหญ่ที่มีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม การค้า และบริการเพิ่มขึ้น
  • ขาดความปลอดภัย เช่น มีโจรผู้ร้ายชุกชุม เกิดโรคระบาดส่งผลให้ประชากรอพยพย้ายถิ่นฐานไปหาแหล่งที่อยู่ใหม่ที่มีความปลอดภัยกว่า
  • ความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการแข่งขันในการทำางาน การขาดแคลนทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด

โดยสรุป

การตั้งถิ่นฐานของประชากรในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม โดยส่วนใหญ่นิยมตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณที่ราบ ที่มีความอุดมสมบูรณ์มีสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ การตั้งถิ่นฐานของประชากรในแต่ละภูมิภาค ส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ ประเพณีและวัฒนธรรมของผูู้คนในแต่ละพื้นที่

การย้ายถิ่นฐานของประชากรเกิดจากสาเหตุหลายประการ ทั้งปัจจัยด้านธรรมชาติ ปัจจัยทางด้านวัฒนธรรม ความเสื่อมโทรมของทรัพยากร การย้ายถิ่นฐานของประชากร ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรในพื้นที่ การวางแผนนโยบาย และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมต่าง ๆ เช่น การเกิดชุมชนแออัดปัญหามลพิษ ปัญหาสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม

กิจกรรม

คลิกเรื่องต่อไป
Print Friendly, PDF & Email