การป้องกันมัลแวร์

คลิปการสอน

ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตมักพบปัญหาจากมัลแวร์ที่แฝงมากับซอฟต์แวร์ที่ติดตั้ง โดยปกติมัลแวร์เหล่านี้มักมีการซ่อนตัวเพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานติดตั้งซอฟต์แวร์ ทำให้ผู้ใช้ไม่รู้ตัวจนกระทั่งติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ซึ่งหากคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นถูกติดตั้งมัลแวร์ ไปแล้วสามารถตรวจสอบได้ ดังนี้

      การเชื่อมต่ออุปกรณ์เทคโนโลยีกับอินเทอร์เน็ตมักพบปัญหาการถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือ คือ หลีกเลี่ยงโอกาสในการถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ รวมถึงการติดตั้งระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ให้กับอุปกรณ์ โดยมีแนวทางในการป้องกันมัลแวร์ดังนี้
  1. ระมัดระวังการใช้งานอุปกรณ์เชื่อมต่อจากภายนอก เช่น แฟลชไดรฟ์ ควรทำการสแกนไวรัสทุกครั้งก่อนใช้งาน
  2. หลีกเลี่ยงการเปิดไฟล์แนบในอีเมลที่ไม่รู้จัก เมื่อได้รับไฟล์แนบจากบุคคลที่ไม่รู้จัก ควรหลีกเลี่ยงในการเปิดไฟล์แนบนั้น หรือต้องตรวจสอบทุกครั้งก่อนดาวน์โหลดหรือเปิดไฟล์
  3. สำรองไฟล์ข้อมูล นอกจากการเก็บไฟล์ ไว้ ในคอมพิวเตอร์ส ่วนตัว ควรมีการสำรองข้อมูลไว้ ในที่เก็บข้อมูลภายนอกด้วย เช่น ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดรฟ์ หากไฟล์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ถูกโจมตีด้วยมัลแวร์จะได้มีไฟล์ข้อมูลสำรองให้สามารถใช้งานต่อได้
  4. ระวังการใช้งาน Wi-Fi สาธารณะ Wi-Fi ที่เปิดให้ ใช้งานได้ ในสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะ Wi-Fi ที่ไม่มีการเข้ารหัสผ่าน ทำให้ผู้ ไม่หวังดีสามารถเข้ามาใช้งานและเข้าถึงอุปกรณ์ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันได้ง่ายขึ้น
  5. ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ (Anti-malware) เมื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์แล้ว ควรจะตั้งค่าให้ซอฟต์แวร์อัปเดตอยู่เสมอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ตั้งค่าให้โปรแกรมทำงานแล้ว
  6. อัปเดตคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์สม่ำเสมอ เนื่องจากไวรัสถูกสร้างขึ้นตลอดเวลา จึงต้องอัปเดตระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ
คลิกเรื่องต่อไป
Print Friendly, PDF & Email