ออกแบบโปรแกรม (Design Program)

จุดประสงค์ที่คาดหวัง

ใช้ความรู้และทักษะการใช้งานโปรแกรม Scratch ในการสร้างชิ้นงานตามจินตนาการได้อย่างเหมาะสม

ระบบการทำงานของโปรแกรมประกอบไปด้วย

  1. ข้อมูลเข้า (Input)
  2. วิธีการประมวลผลที่จะนำมาซึ่งคำตอบ (Process)
  3. อะไรเป็นข้อมูลออก (Output)

โปรแกรมการคำนวณหาพื้นที่สามเหลี่ยม อะไรคือ input process และ out put

การออกแบบโปรแกรม (Design Program) คือ การแสดงลำดับของการทำงานของโปรแกรม เพื่อให้เห็นภาพรวมของการทำงานของขั้นตอนทั้งหมด และเป็นการวางแผนการทำงาน การออกแบบโปรแกรม โดยการใช้ผังงาน (flowchart) ทำให้เข้าใจและเห็นภาพขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมได้ง่ายขึ้น โครงสร้างพื้นฐานของผังงาน (Sequence  Structure) แบ่งเป็น  3 ประเภท ดังนี้

  • โครงสร้างแบบลำดับ (Sequential Structure)
  • โครงสร้างแบบมีทางเลือก (Selection Structure)
  • โครงสร้างแบบทำซ้ำ (Repetition Structure)

โครงสร้างแบบลำดับ (Sequential Structure) เป็นโครงสร้างที่แสดงขั้นตอนการทำงาน จากคำสั่งที่ 1 ไปคำสั่งที่ 2 ต่อไปจนถึงคำสั่งสุดท้าย และแต่ละคำสั่งจะมีการประมวนผลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

โครงสร้างแบบมีการเลือก (Selection Structure) เป็นโครงสร้างที่มีการตรวจสอบเงื่อนไขในการตัดสินใจ แบ่งออกเป็นโครงสร้างแบบมีทางเลือก 2 ทางเลือก หรือโครงสร้างแบบ If..Then..Else และโครงสร้างแบบมีมากกว่า 2 ทางเลือก

โครงสร้างแบบทำซ้ำ (Repetition Structure) จะทำงานแบบเดียวกันซ้ำไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ยังเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนไขเป็นจริง จนกระทั้งเงื่อนไขเป็นเท็จจึงทำงานอื่นต่อไป

การเขียนผังงาน (flowchart) เพื่อออกแบบโปรแกรม มีประโยชน์ ดังนี้

  1. ทำให้เข้าใจและเห็นภาพขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมได้ง่ายขึ้น
  2. ทำให้ง่ายในการเขียนโปรแกรม มองเห็นลำดับการทำงาน รู้ว่าสิ่งใดควรทำก่อน-หลัง
  3. สามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมได้ง่าย

นักเรียนคิดว่า การออกแบบโปรแกรมโดยใช้ผังงานมีประโยชน์อะไรอีกบ้าง?

ออกแบบโปรแกรม โดยใช้ผังงาน (flowchart) จะช่วยให้เข้าใจและเห็นภาพขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมได้ง่ายขึ้น มองเห็นลำดับการทำงาน รู้ว่าสิ่งใดควรทำก่อน-หลัง สามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมได้ง่าย ซึ่ง โครงสร้างพื้นฐานของผังงาน (Sequence  Structure) มี 3 แบบ คือ

  1. โครงสร้างแบบลำดับ (Sequential Structure)
  2. โครงสร้างแบบมีทางเลือก (Selection Structure)
  3. โครงสร้างแบบทำซ้ำ (Repetition Structure)

Print Friendly, PDF & Email