64 วิทยาการคำนวณ ป.5

ใช้หนังสือจากสำนักพิมพ์พัฒนาคุณภาพวิชาการ มีหน่วยการเรียนอยู่ 4 หน่วย ใช้เวลาเรียน 40 ชั่วโมง

กำหนดการจัดการเรียนการสอน

รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ภาคเรียนที่  1 ปีการศึกษา 2564

ใช้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19)

ศึกษาเนื้อหาจากหนังสือเรียนที่แจกไป และคลิปการสอน ในกลุ่มเฟซครูนัท => นักเรียนชั้น ป.5 ปี 64 ห้องครูนัท

หน่วยที่ ครั้งที่ เรื่องวันที่
การใช้เหตุผลแก้ปัญหา1 การแก้ปัญหา6 กรกฎาคม 2564
2วิธีการแก้ปัญหา13 กรกฎาคม 2564
3การแก้ปัญหากับคอมพิวเตอร์20 กรกฎาคม 2564
4แบบฝึกหัด ใบงาน กิจกรรม27 กรกฎาคม 2564
การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น5การทำงานของคอมพิวเตอร์3 สิงหาคม 2564
6การออกแบบอัลกอริทึม10 สิงหาคม 2564
7การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์17 สิงหาคม 2564
8การตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม24 สิงหาคม 2564
9ใบงาน กิจกรรม31 สิงหาคม 2564
10การเขียนโปรแกรมด้วย Scratch7 กันยายน 2564
11ตัวแปร14 กันยายน 2564
12การเขียนโปรแกรมตรวจสอบเลขคู่เลขคี่21 กันยายน 2564
13การเขียนโปรแกรมสมส่วนของร่างกาย28 กันยายน 2564
14แบบฝึกหัด ใบงาน กิจกรรม5 ตุลาคม 2564

หน่วยที่ 1 การใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหา (5 ชั่วโมง)

  1. การแก้ปัญหาเป็นการหาวิธีหรือการทำงานให้สำเร็จซึ่งปัญหาที่นักเรียนแต่ละคนพบจะมีความแตกต่างกัน และปัญหาแต่ละปัญหาอาจมีวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับการใช้เหตุผลในการตัดสินใจ
  2. การแก้ปัญหาเป็นการใช้เหตุผลโดยการคิดและอธิบายความคิดออกมาเป็นแผนงาน โดยแสดงวิธีการแก้ปัญหาออกมาเป็นขั้นตอน ทำให้มองเห็นวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจนซึ่งใช้วิธีการบอกเล่า วาดภาพหรือใช้สัญลักษณ์
  3. วิธีการแก้ปัญหาเป็นการดำเนินการแก้ปัญหาตามแนวทางที่วางไว้ ถ้าพบวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมกว่า สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการได้ซึ่งการแก้ปัญหาอาจทำได้หลายวิธี เช่น การลองผิดลองถูก การใช้ความสัมพันธ์ของข้อมูลที่มีเหตุผล ซึ่งกันและกัน และการขจัด
  4. การฝึกการแก้ปัญหาเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ใช้ฝึกการคิดอย่างเป็นระบบได้เป็นอย่างดีแต่เราอาจยังไม่ต้องแก้ปัญหาจริงเพียงแค่ฝึกจากเกมที่มีอยู่ก็ได้ซึ่งมีทั้งเกมในลักษณะของสื่อต่าง ๆหรือเกมคอมพิวเตอร์
  5. คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานได้อย่างถูกต้องตามแนวทางการออกแบบโปรแกรมที่เขียนขึ้นซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างหลากหลาย

หน่วยที่ 2 การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น (15 ชั่วโมง)

  1. การทำงานของคอมพิวเตอร์จะรับข้อมูลเข้ามา จากนั้นประมวลผลแล้วส่งข้อมูลออกไป โดยการรับ ข้อมูลจะรับผ่านทางหน่วยรับเข้า เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์ แล้วมาประมวลผลด้วยหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียู แล้วส่งข้อมูลออกมาทางหน่วยส่งออก เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์ เสียง
  2. คอมพิวเตอร์จะทำงานตามคำสั่งหรืออัลกอริทึมที่กำหนดการให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างถูกต้องนั้น ต้องออกแบบอัลกอริทึมให้สมบูรณ์ โดยตรวจสอบเงื่อนไขให้ครอบคลุมทุกกรณี แล้วจึงพัฒนาเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ถ้าทำงานผิดพลาดหรือมีส่วนใดที่ทำงานไม่สมบูรณ์ เราสามารถปรับปรุงอัลกอริทึมได้แล้วจึงแก้ไขโปรแกรมต่อไป
  3.  สำหรับปัญหาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การเขียนโปรแกรมอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ การตรวจสอบ ข้อผิดพลาดอาจทำได้โดยทดลองตรวจสอบการทำงานของโปรแกรมทีละขั้นตอน หรือทีละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำงานไม่ถูกต้องให้ทำการแก้ไขจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง
  4.  การเขียนโปรแกรมเบื้องต้นมีเครื่องมือสำหรับเขียนโปรแกรมมากมาย โปรแกรมสแครช (Scratch)  เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่นำมาฝึกเขียนโปรแกรมได้ง่าย โดยการออกแบบอัลกอริทึมแล้วนำบล็อกคำสั่งที่เกี่ยวข้องมาวางเพื่อให้โปรแกรมทำงาน
  5. การเขียนโปรแกรมข้อมูลนำเข้าของโปรแกรม คือ การกดคีย์ลูกศร ซึ่งเป็นไปได้ 2 คีย์ โดยมีการทำงานแตกต่างกัน และตัวละครจะเคลื่อนที่ตามข้อมูลนำเข้า หรือคีย์ที่กด
  6. ในการออกแบบการเขียนโปรแกรมให้ตัวละครเคลื่อนที่ได้จริง ต้องพิจารณาการเคลื่อนที่ของตัวละครให้เดินออกไปเป็นระยะ ๆ จนครบหน่วยที่กำหนด จะทำให้การเคลื่อนที่ของตัวละครดูสวยงามมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนรูปร่างไปด้วยได้
  7.  การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ประมวลผลข้อมูลมักมีการประกาศตัวแปร สำหรับเก็บข้อมูลที่รับเข้าไปประมวลผล หรือเก็บข้อมูลที่ได้จากการประมวลผล
  8. การเขียนโปรแกรม Scratch ในการสร้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจะใช้คำสั่งการวางปากกา โดยให้โปรแกรมวาดรูปตามที่เราต้องการ โดยการใช้บล็อกคำสั่งและการกำหนดค่าต่าง ๆ
  9. การเขียนโปรแกรมเพื่อตรวจสอบค่าตัวเลขที่รับเข้าทางแป้นพิมพ์ว่าตัวเลขนั้นเป็นเลขคู่หรือเลขคี่ โปรแกรมลักษณะนี้สามารถใช้ Scratch เขียนได้เช่นกัน
  10. น้ำหนักของคนเราแต่ละคนจะไม่เท่ากัน หากจะพิจารณาว่าใครหนักกว่าใคร หรือใครอ้วนกว่าใครจะพิจารณาจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องพิจารณาถึงน้ำหนักและส่วนสูงไปพร้อมกัน ซึ่งสามารถคำนวณได้โดยการนำ 22.9 คูณกับความสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง

หน่วยที่ 3 การค้นหาข้อมูล (10 ชั่วโมง)

  1. อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นอุปกรณ์ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้มากมาย โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์นอกจากจะใช้พิมพ์เอกสาร ตกแต่งภาพ วาดภาพ สร้างงานการนำเสนอ การใช้คอมพิวเตอร์ในการติดต่อสื่อสารต่าง ๆ ยังเป็นอีกความสามารถหนึ่งที่มีประโยชน์ทั้งด้านการเรียน การทำงาน
  2. การเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตครั้งแรก ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอยู่แล้วจะต้องใช้โปรแกรมสำหรับเปิดเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต โปรแกรมนี้เรียกว่า เว็บเบราว์เซอร์ ซึ่งมีอยู่หลายโปรแกรม เช่น Internet Explorer หรือ Google Chrome ที่จะใช้ในการค้นหาข้อมูล
  3. อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์มากมาย ทำให้การติดต่อสื่อสารสะดวกมากขึ้น สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว การแลกเปลี่ยนความคิดทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในงาน ด้านการศึกษา ด้านธุรกิจ จนเกิดเทคโนโลยีต่าง ๆ ขึ้นอีกมากมาย เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ สื่อสังคมออนไลน์
  4. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (electronic mail) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า อีเมล (e-mail) เป็นบริการประเภทหนึ่ง บนอินเทอร์เน็ต การใช้งานมีผู้ให้บริการฟรี หรือที่เรียกว่า ฟรีอีเมล โดยเข้าไปในเว็บไซต์แล้วสมัครใช้งาน เช่น Gmail Hotmail หรือ Windows Live นอกจากนี้ยังมีอีเมลของหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะอีกด้วย
  5. การสมัครใช้งานอีเมลของผู้ให้บริการแต่ละแห่งอาจแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่มักเหมือนกันคือ ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ป้อนชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน ซึ่งข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่สำคัญ สามารถใช้ยืนยันตัวตนได้ และเมื่อสมัครเข้าใช้งานแล้วเราสามารถส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อมูลที่เราต้องการได้อย่างหลากหลาย
  6. ในการส่งข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทาง Gmail นั้น นอกจากจะใช้พิมพ์ข้อความส่งหากันแล้ว ยังสามารถแนบไฟล์งานต่าง ๆ ได้ เช่น ไฟล์ภาพ ไฟล์เวิร์ด ไฟล์เพาเวอร์พอยต์
  7. การสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตนอกจากจะใช้อีเมลแล้ว ยังมีสื่อสังคมออนไลน์ที่เราสามารถใช้ในการ นำเสนอข้อมูลแลกเปลี่ยนความคิดต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก เราสามารถสื่อสารกับเพื่อน ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สามารถโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ เพียงมีอุปกรณ์ที่ต่ออยู่กับอินเทอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์มีหลายชนิด สำหรับชนิดที่ให้บริการฟรีและมีผู้ใช้จำนวนมาก เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook)
  8. เฟซบุ๊กเป็นบริการฟรีที่สามารถใช้ในการติดต่อสื่อสาร เพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโพสต์ภาพ ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว หรือวิดีโอ อีกทั้งยังสามารถส่งไฟล์งานต่าง ๆ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ได้อีกด้วย และยังมีฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ อย่างมากมาย
  9. การนัดหมายกับเพื่อน ๆ หรือประชาสัมพันธ์กิจกรรมในห้องเรียน สามารถตรวจสอบเวลาว่าง ของเพื่อน ๆ ว่าติดงานอื่นหรือไม่ ในเวลาที่เรานัดสามารถใช้บริการของสื่อต่าง ๆ ได้ เช่น Google

หน่วยที่ 4 การใช้บริการอินเตอร์เน็ต (10 ชั่วโมง)

  1. อินเทอร์เน็ตมีบริการต่าง ๆ มากมาย ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ สามารถทำให้เรา แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดความสะดวกสบายและมีความเร็ว ทันต่อการเรียกใช้งาน
  2. เว็บไซต์ Google นอกจากจะใช้ค้นหาข้อมูล หรือใช้บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ยังมีบริการอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น แผนที่ ยูทูบ การแปลภาษา โดย Google ได้รวบรวมสิ่งต่าง ๆ ให้เลือกได้ง่าย และสามารถเข้าถึงด้วยชื่อผู้ใช้เพียงชื่อเดียวได้
  3. แบบสำรวจความคิดเห็นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่รวบรวมข้อมูล แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อนำไปใช้งาน สำรวจความคิดเห็นนอกจากจะใช้วิธีพิมพ์ออกทางกระดาษแล้วยังสามารถสร้างแบบสำรวจความคิดเห็น ออนไลน์ เพื่อส่งให้ผู้ตอบโดยตรงและผู้ตอบส่งกลับมาได้ทันที ซึ่งการสร้างแบบสอบถามหรือแบบสำรวจความคิดเห็นออนไลน์สามารถใช้บริการของ Google ได้เช่นกัน
  4. การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แม้ว่าจะทำให้เราติดต่อสื่อสารได้ง่ายก็อาจมีภัยคุกคามจากผู้ใช้บริการอื่นได้ เช่น มีผู้ไม่หวังดีมาขอข้อมูลส่วนตัวของเรา แล้วนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสมหรืออาจนำเสนอข้อมูลที่ไม่เหมาะสมให้เรานำมาใช้งาน นอกจากนี้เว็บไซต์ที่ให้บริการดาวน์โหลดโปรแกรมอาจมีโปรแกรมบางประเภทที่เป็นอันตรายกับอุปกรณ์ของเราได้

การวัดผลประเมินผล

วิชาวิทยาการคำนวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนการสอนและนำผลการเรียนไปตัดสินรวมกับรายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีตัวชี้วัดในรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 8 มาตรฐาน 32 ตัวชี้วัด แบ่งเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ 7 มาตรฐาน 27 ตัวชี้วัด และ วิชาวิทยาการคำนวณ 1 มาตรฐาน 5 ตัวชี้วัด

มาตรฐานตัวชี้วัดคะแนนเก็บคะแนนปลายภาค
ว4.2 ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอย่างง่าย73
ป.5/2 ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข73
ป.5/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล73
ป.5/4 รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน73
ป.5/5 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาทเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม73