64 วิทยาการคำนวณ ป.4

ใช้หนังสือจากสำนักพิมพ์พัฒนาคุณภาพวิชาการ มีหน่วยการเรียนอยู่ 4 หน่วย ใช้เวลาเรียน 40 ชั่วโมง

กำหนดการเรียนออนไลน์

หน่วยครั้งที่ เรื่องวันที่
1 การแก้ปัญหา1การใช้เหตุผลตรรกะในการแก้ไขปัญหา6 กรกฎาคม 2564
2ขั้นตอนการแก้ปัญหา13 กรกฎาคม 2564
3ออกแบบโปรแกรมการแก้ปัญหา20 กรกฎาคม 2564
4แบบฝึกหัด ใบงาน กิจกรรม (ว4.2 ป.4/1)20-27 กรกฎาคม 2564
2 เครือข่ายคอมพิวเตอร์5เครือข่ายคอมพิวเตอร์3 สิงหาคม 2564
6การใช้อินเตอร์เน็ต10 สิงหาคม 2564
7การค้นหาข้อมูล17 สิงหาคม 2564
8บริการบนอินเตอร์เน็ต24 สิงหาคม 2564
9แบบฝึกหัด ใบงาน กิจกรรม (ว4.2 ป.4/3, ป.4/5)24-31 สิงหาคม 2564

หน่วยที่ 1 การแก้ปัญหา (9 ชั่วโมง)

  1. การฝึกลำดับความคิด ทำให้มองเห็นปัญหา แล้วตัดสินใจแก้ปัญหา โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา
  2. การเลือกวิธีการแก้ปัญหาในแต่ละปัญหา ควรพิจารณาเงื่อนไขของปัญหาที่ครอบคลุมทุกกรณี โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
    ในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม
  3. ปัญหาบางปัญหามีวิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลายวิธี ควรให้ความสำคัญของการแก้ปัญหาแต่ละวิธี เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหา แล้วใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม
  4. ปัญหาบางปัญหาต้องพิจารณาให้รอบคอบ หรือคาดการณ์ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น การแก้ปัญหาด้วยวิธีที่แตกต่างกันจะทำให้ผลลัพธ์
    ที่ได้แตกต่างกันไปด้วย
  5. ขั้นตอนการแก้ปัญหาเป็นหลักการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ผลลัพธ์ที่ดีซึ่งประกอบด้วย ระบุปัญหารวบรวมข้อมูล วางแผนแก้ปัญหาแก้ปัญหา ทดสอบและประเมินผลนำไปใช้แก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  6. การออกแบบโปรแกรมการแก้ปัญหา เป็นการออกแบบขั้นตอนการแก้ปัญหาที่ควรออกแบบให้ครอบคลุมทุกกรณีตามเงื่อนไขที่โจทย์กำหนด และอาจนำขั้นตอนนี้ไปใช้ได้หลาย ๆ ครั้งตามต้องการ
  7. การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามความต้องการ หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่งเมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ถูกต้องให้ทำการแก้ไขจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง

หน่วยที่ 2 เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (11 ชั่วโมง)

  1. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ การนำคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่อง และอุปกรณ์เทคโนโลยีมาเชื่อมต่อกันมากกว่า 1 เครื่องเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล สำรองข้อมูล รวมถึงการติดต่อสื่อสารได้
  2. การใช้อินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยม คือ การเข้าสู่เว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งแต่ละเว็บไซต์มีองค์ประกอบที่สำคัญหลาย ๆ อย่างในการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต เพื่อค้นหาข้อมูลที่ต้องการ
  3. การค้นหาข้อมูลทั้งข้อมูลที่เป็นตัวอักษรและภาพ สามารถค้นหาได้จากการใช้คำค้นที่ตรงประเด็นกระชับ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงตามความต้องการ ข้อมูลที่ได้จากเว็บไซต์ต่าง ๆ จะต้องนำเนื้อหาต่าง ๆ มาพิจารณา เปรียบเทียบเลือกข้อมูลที่มีความสอดคล้องและสัมพันธ์กัน ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยพิจารณาจากประเภทเว็บไซต์ของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ
  4. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นการเขียนจดหมายทางอินเทอร์เน็ตที่สามารถแนบไฟล์อื่น ๆ ไปกับจดหมายได้ เป็นการส่งต่อข้อมูลระหว่างบุคคล หน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ โดยเลือกเข้าใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่าง ปลอดภัย
  5. ยูทูบเป็นบริการสำหรับดูภาพเคลื่อนไหว หรือวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ควรเลือกรับสื่อที่เหมาะสมและไม่แสดงความคิดเห็นที่ทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย
  6. บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์มีการเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างเครือข่ายในการนำเสนอข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดต่าง ๆ ในการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้งาน เคารพในสิทธิของผู้อื่น ไม่กระทำการใด ๆที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เสียหายและปกป้องข้อมูลส่วนตัวโดยไม่นำไปเผยแพร่
  7. บริการของ Google เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งบริการบนอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์มากทั้งในเรื่องการติดต่อสื่อสารการใช้งานด้านการศึกษาแต่ควรใช้งานให้เหมาะสม เพื่อจะได้ไม่เกิดโทษตามมา
  8. ข้อปฏิบัติในการใช้อินเทอร์เน็ตและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ไม่ควรสร้างข้อความเท็จ และส่งให้ผู้อื่นควรสื่อสารอย่างมีมารยาทและรู้จักกาลเทศะ และไม่ทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย ซึ่งบริการบนอินเทอร์เน็ตเป็นของส่วนรวมทุกคนควรปฏิบัติในการเข้าใช้บริการให้ถูกต้อง และเหมาะสม

หน่วยที่ 3 การรวบรวมข้อมูลและซอฟต์แวร์ประยุกต์ (9 ชั่วโมง)

  1. การรวบรวมข้อมูล ทำได้โดยกำหนดหัวข้อที่ต้องการ เมื่อพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่กำหนดอาจใช้วิธีการจดบันทึก ถ่ายภาพหรือบันทึกเป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์การรวบรวมข้อมูลมีความสำคัญทำให้ข้อมูลที่ได้เป็นระบบมากขึ้นการรวบรวมข้อมูลที่ดีควรฏิบัติ
    ตามขั้นตอน โดยเริ่มจากการประมวลผลข้อมูล การประมวลผลข้อมูลนี้อาจใช้วิธีเปรียบเทียบ เรียงลำดับ จัดกลุ่ม ถ้ามีข้อมูลหลายประเภทอาจนำข้อมูลประเภทเดียวกันจัดไว้กลุ่มเดียวกันถ้ามีข้อมูลในลักษณะตัวเลขอาจใช้ตัวเลขเรียงลำดับของข้อมูลเพื่อให้พิจารณาข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย
  2. การนำเสนอข้อมูลสามารถนำเสนอได้หลายรูปแบบหลายลักษณะ เมื่อต้องการนำข้อมูลที่ได้มาจะต้องประมวลผล และเลือกวิธีการนำเสนอให้เหมาะสมการออกแบบรูปแบบการนำเสนอข้อมูลอาจใช้วิธีการบอกเล่าทำเอกสารรายงาน โปสเตอร์ โปรแกรมนำเสนอหรือใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของงานและเทคโนโลยีที่มี
  3. ซอฟต์แวร์เป็นชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามลำดับขั้นตอนและนำคอมพิวเตอร์มาใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้มากมาย ซอฟต์แวร์ประมวลคำเป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับสร้างงานเอกสาร สร้างแบบสอบถามและเก็บข้อมูล โดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์ออฟฟิศเวิร์ดในการแก้ปัญหา ซอฟต์แวร์ตารางทำงานเป็นโปรแกรมที่ช่วยในการคิดคำนวณ ใช้สร้างตารางสร้างกราฟ และแผนภูมิ ในรูปแบบต่าง ๆ โดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์ออฟฟิศเอกซ์เซล
  4. การใช้คอมพิวเตอร์ควรใช้อย่างเหมาะสม เพราะหากใช้งานไม่เหมาะสมจะส่งผลกระทบที่ไม่ดีในด้านการเรียน ด้านสุขภาพ ด้านสังคม และด้านค่าใช้จ่าย

หน่วยที่ 4 การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น (11 ชั่วโมง)

  1. การทำงานของคอมพิวเตอร์เป็นการทำงานร่วมกันที่ประกอบด้วยหน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผลกลาง และหน่วยส่งออก ซึ่งมีโปรแกรมเป็นระบบปฏิบัติการที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้ใช้ปฏิบัติตามขั้นตอนได้ถูกต้อง
  2. คอมพิวเตอร์มีการทำงานตามขั้นตอน โดยการสร้างหรือเขียนลำดับคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ผู้เขียนโปรแกรมออกแบบไว้ เมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ถูกต้องให้ทำการแก้ไขจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง
  3. การเขียนโปรแกรมด้วย Scratch เป็นเครื่องมือหนึ่งที่นำมาใช้ฝึกเขียนโปรแกรม สามารถเรียนรู้ได้ง่าย โดยการออกแบบอัลกอริทึมเขียนโปรแกรมในการนำบล็อกคำสั่งต่าง ๆ มาวางให้ตัวละครเคลื่อนที่ตามคำสั่ง ทำให้มีความเข้าใจการ ทำงานของคอมพิวเตอร์มากขึ้น
  4. อัลกอริทึม คือ ขั้นตอนหรือลำดับการประมวลผลในการแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่ง ใช้อธิบายวิธีการทำงานอย่างเป็นลำดับขั้นตอนแต่ละขั้นควรสั้น กระชับและมีความต่อเนื่องกัน ครอบคลุมการทำงาน โดยเขียนการทำงานหลัก ๆ ออกมาก่อน การให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างถูกต้องนั้น ต้องออกแบบอัลกอริทึมให้สมบูรณ์ แล้วจึงพัฒนาเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หากมีส่วนใดที่ไม่สมบูรณ์สามารถที่จะปรับแก้ไขอัลกอริทึมได้ สามารถออกแบบอัลกอริทึมกิจวัตรประจำวันของตนเอง แล้วนำไปเขียนโปรแกรมให้ตัวละครเล่าเรื่องตามที่ออกแบบไว้
  5. การเขียนโปรแกรมโต้ตอบกับผู้ใช้เป็นโปรแกรมที่มีการตอบสนอง เมื่อผู้ใช้กระทำการใด ๆ โดยโปรแกรมจะนำข้อมูลมาประมวลผล แล้วทำตามเงื่อนไขที่กำหนดจากการเขียนอัลกอริทึมที่กำหนดการทำงานหากมีข้อผิดพลาดก็สามารถปรับแก้ไขอัลกอริทึมเพื่อให้สามารถทำงานต่อได้